รากศัพท์ภาษาละตินที่น่าสนใจและพบเห็นได้บ่อยมากคือคำว่า densus ซึ่งมีความหมายหลักว่าหนาแน่นหรืออัดตัวกันแน่น โดยเรามักจะเห็นรากคำนี้แฝงอยู่ในศัพท์วิทยาศาสตร์และคำทั่วไปที่สื่อถึงความเข้มข้นหรือความทึบตัน การเข้าใจรากคำนี้จะช่วยให้เดาความหมายของคำศัพท์ยากๆ ได้อย่างแม่นยำเพียงแค่สังเกตรูปคำเท่านั้น ซึ่งคำแรกที่ตรงตัวที่สุดและเป็นพื้นฐานของกลุ่มนี้คือคำว่า dense /dens/ (เด๊นซ) เป็นคำชนิด adjective (adj) แปลว่าหนาแน่น ทึบ หรือในบางบริบทอาจแปลว่าหัวทึบหรือเข้าใจอะไรยากก็ได้ ตัวอย่างเช่น The fog was so dense that we could not see the road (หมอกหนามากจนเรามองไม่เห็นถนน) หรือคำที่มักใช้คู่กันอย่าง dense population (ประชากรหนาแน่น) และ dense forest (ป่าทึบ) ซึ่งหากต้องการคำอื่นที่มีความหมายใกล้เคียงกันก็สามารถใช้คำว่า thick (ทิ๊ก) หรือ compact (คอม-แพ๊กท) แทนได้ เมื่อเราเข้าใจคำว่าหนาแน่นแล้ว สิ่งที่ตามมาคือการวัดค่าความเป็นตัวตนของความหนาแน่นนั้น

การเติม prefix คำว่า con- ที่แปลว่า “ด้วยกัน” หรือ “ร่วมกัน” นำหน้า dens จะได้คำว่า condense /kənˈdens/ (คัน-เด๊นซ) เป็นคำกริยา (v) หมายถึงการทำให้ควบแน่น การย่อความ หรือการทำให้อัดตัวกันแน่นขึ้น ภาพที่ชัดเจนคือนมข้นหวานที่เรียกว่า condensed milk หรือไอน้ำที่กลายเป็นหยดน้ำ ตัวอย่างเช่น The article was condensed into a few paragraphs (บทความถูกย่อลงเหลือเพียงไม่กี่ย่อหน้า) คำที่มักใช้คู่กันคือ condense into liquid (ควบแน่นเป็นของเหลว) หรือ condense information (ย่อข้อมูล) ซึ่งมีคำที่มีความหมายคล้ายคลึงกันคือ compress (คอม-เพร๊ส) หรือ concentrate (คอน-เซ็น-เทรท) และเมื่อกระบวนการนี้เกิดขึ้นจนเสร็จสมบูรณ์ เราจะเรียกปรากฏการณ์หรือสิ่งที่ได้นั้นด้วยคำนามที่เฉพาะเจาะจงลงไปอีกขั้น
เมื่อนำคำนามมารองรับสภาพความหนาแน่น เราจะได้คำว่า density /ˈden.sə.ti/ (เด๊น-สิ-ที่) ซึ่งเป็นคำนาม (n) หมายถึงความหนาแน่นของมวลสารหรือจำนวนประชากรต่อพื้นที่ คำนี้พบบ่อยมากในวิชาฟิสิกส์และเคมี ตัวอย่างประโยคเช่น Bone density normally decreases as people get older (ความหนาแน่นของมวลกระดูกมักจะลดลงเมื่อคนเราแก่ตัวลง) โดยคำนี้มักจะปรากฏในกลุ่มคำเช่น high density (ความหนาแน่นสูง) หรือ population density (ความหนาแน่นของประชากร) หากจะหาคำที่มีความหมายไปในทิศทางเดียวกันอาจนึกถึงคำว่า solidity (โซ-ลิ-ดิ-ที่) หรือ massiveness (แม๊ส-ซีฟ-เนส) ก็ได้ แต่ถ้าเราต้องการกระบวนการที่ทำให้บางสิ่งบางอย่างมารวมตัวกันจนเกิดความหนาแน่นขึ้น เราต้องเติมส่วนหน้าคำเข้าไปเพื่อให้เห็นภาพการกระทำนั้นชัดเจนยิ่งขึ้น

ผลลัพธ์จากการควบแน่นนั้นเรียกว่า condensation /ˌkɒn.denˈseɪ.ʃən/ (คอน-เด็น-เซ๊-ชั่น) เป็นคำนาม (n) หมายถึงการควบแน่น หรือหยดน้ำที่เกิดจากการควบแน่นเกาะตามกระจกหรือแก้วน้ำเย็น ตัวอย่างประโยคเช่น You can see condensation on the window in the morning (เราสามารถเห็นหยดน้ำจากการควบแน่นบนหน้าต่างในตอนเช้า) คำนี้มักใช้ในบริบทวิทยาศาสตร์เช่น cloud condensation (การควบแน่นของเมฆ) หรือ cause condensation (ทำให้เกิดการควบแน่น) หากจะหาคำแทนอาจใช้คำว่า precipitation (พรี-ซิ-พิ-เท๊-ชั่น) ในบริบทของฝนหรือหยาดน้ำฟ้า แต่ในทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ การวัดค่าความหนาแน่นเหล่านี้จำเป็นต้องมีเครื่องมือที่แม่นยำและมีชื่อเรียกเฉพาะ
เครื่องมือสำหรับวัดความหนาแน่นมีชื่อเรียกที่ตรงตัวมากคือ densitometer /ˌden.sɪˈtɒm.ɪ.tər/ (เด๊น-สิ-ทอ-มิ-เถ่อร์) เป็นคำนาม (n) โดยคำว่า meter แปลว่ามาตรวัด รวมกันจึงหมายถึงเครื่องวัดความหนาแน่น โดยเฉพาะความทึบแสงของฟิล์มหรือสารละลาย ตัวอย่างเช่น The scientist used a densitometer to check the film quality (นักวิทยาศาสตร์ใช้เครื่องวัดความหนาแน่นเพื่อตรวจสอบคุณภาพฟิล์ม) คำที่มักใช้ร่วมกันคือ optical densitometer (เครื่องวัดความทึบแสง) หรือ use a densitometer (ใช้เครื่องวัดความหนาแน่น) ซึ่งคำที่มีความหมายกว้างๆ แทนกันได้คือ gauge (เก๊จ) หรือ measuring instrument (เม๊-เชอ-ริ่ง-อิน-สตรู-เม้นท์) การจำศัพท์วิชาการเหล่านี้อาจดูยาก แต่ถ้าเรามีเทคนิคการจำที่สนุกและสร้างภาพในหัวได้ การเรียนรู้ก็จะง่ายขึ้นมาก
เทคนิคการจำคำว่า condense /kənˈdens/ (คัน-เด๊นซ) ให้ลองนึกภาพคำว่า “Con” พ้องเสียงกับ “คน” และ “Dense” พ้องเสียงกับ “Dance” หรือเต้น จินตนาการว่ามี “คน” จำนวนมากมา “เต้น” เบียดเสียดกันในห้องเล็กๆ จน “อัดแน่น” หรือ “ควบแน่น” ไปหมด หรือจะนึกถึงนมข้นหวานที่ถูกเคี่ยวจนงวดลงไปในกระป๋องเล็กๆ ก็ได้ ภาพเหล่านี้จะสื่อถึงความหมายของการทำให้เล็กลง สั้นลง หรือแน่นขึ้น คำนี้เป็นคำกริยา (v) หมายถึง ย่อให้สั้นลง, ควบแน่น (สสาร), ทำให้อัดแน่น ตัวอย่างประโยคเชิงวิชาการเช่น The steam will condense into water when it touches the cold glass surface (ไอน้ำจะควบแน่นกลายเป็นน้ำเมื่อสัมผัสกับผิวแก้วที่เย็น) หรือ The author had to condense his long novel into a short story for the magazine (ผู้เขียนต้องย่อนวนิยายเรื่องยาวของเขาให้เป็นเรื่องสั้นสำหรับนิตยสาร) และ In chemistry, gas can condense to form a liquid under high pressure (ในทางเคมี ก๊าซสามารถควบแน่นเพื่อก่อตัวเป็นของเหลวภายใต้ความดันสูง)

การใช้คำนี้ให้ดูเป็นธรรมชาติควรเลือกใช้คู่กับคำนามที่เหมาะสม หรือที่เรียกว่า Collocation ซึ่งนิยมใช้กันบ่อยๆ เช่น condense information (คัน-เด๊นซ-อิน-ฟอ-เม๊-ชั่น) หมายถึงการย่อข้อมูลให้กระชับ หรือใช้กับอาหารอย่าง condensed milk (คัน-เด๊นซ–มิ๊ลค) ที่แปลว่านมข้นหวาน นอกจากนี้ยังใช้กับปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่าง condense into rain (คัน-เด๊นซ-อิน-ทู-เรน) คือการควบแน่นกลายเป็นฝน และ condense vapor (คัน-เด๊นซ–เว๊-เพ่อร์) หมายถึงการทำให้ไอน้ำควบแน่น ซึ่งการจำกลุ่มคำเหล่านี้จะช่วยให้เรานำไปใช้แต่งประโยคได้ทันทีโดยไม่ต้องนึกนาน
หากต้องการใช้คำอื่นที่มีความหมายใกล้เคียงกันเพื่อความหลากหลาย สามารถเลือกใช้คำว่า compress (คอม-เพร๊ส) ที่แปลว่าบีบอัด หรือ contract (คอน-แทร๊คท) ที่แปลว่าหดตัว หากเป็นการย่อข้อความสามารถใช้ abridge (อะ-บริดจ) ที่แปลว่าย่อเรื่อง หรือ shorten (ช๊อ-เท่น) ที่แปลว่าทำให้สั้นลง และถ้าเน้นเรื่องความเข้มข้นก็ใช้ concentrate (คอน-เซ็น-เทรท) ที่แปลว่าทำให้เข้มข้น หรือ solidify (โซ-ลิ-ดิ-ฟาย) ที่แปลว่าทำให้แข็งตัว ซึ่งแต่ละคำจะมีบริบทการใช้ที่แตกต่างกันเล็กน้อยแต่สื่อสารในทิศทางเดียวกัน