“Affable” คนน่าคุย

1 mins read

หลายครั้งที่เราเจอคำศัพท์ภาษาอังกฤษแล้วรู้สึกว่าจำยากเหลือเกินใช่ไหมครับ บางทีเราก็อยากรู้ว่าทำไมคำนี้ถึงมีความหมายแบบนี้ วันนี้เราจะมาลองถอดรหัสคำว่า “affable” (แอ๊ฟ-อะ-เบิ้ล) ซึ่งหมายถึง “เป็นมิตร เข้าถึงง่าย” กันดูนะครับ เพื่อให้เราเข้าใจและจำคำนี้ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

คำว่า “affable” (แอ๊ฟ-อะ-เบิ้ล) นี้มีที่มาจากภาษาละตินโบราณเลยทีเดียวครับ โดยมาจากคำว่า “affabilis” ที่แปลว่า “ง่ายต่อการพูดคุย” หรือ “เข้าถึงได้” ซึ่งประกอบด้วยส่วนสำคัญสองส่วนคือ “ad-” (แอด) ที่แปลว่า “ไปยัง” หรือ “ไปทาง” และ “fari” (ฟารี) ที่แปลว่า “พูด” หรือ “กล่าว” พอเอามารวมกัน ก็เลยได้ความหมายว่า “คนที่ง่ายต่อการเข้าไปพูดคุยด้วย” นั่นเองครับ ช่างเป็นคำที่อธิบายลักษณะของคนที่น่ารักน่าคบหาได้ดีจริงๆ นะครับ

Teacher lecturing students in a classroom setting. “Affable” person in education.

มาดูตัวอย่างประโยคสวยๆ กันบ้างนะครับ “The professor’s affable approach to complex theories made his lectures highly engaging and accessible to all students.” (เดอะ โพรเฟ๊สเซอร์ส แอ๊ฟอะเบิ้ล อะโพร๊ช ทู คอ๊มเพล็กซ์ เธ๊ียรีส์ เม๊ด ฮิส เล๊คเชอร์ส ไฮลี่ เอ็นเก๊จจิ้ง แอนด์ แอ๊คเซสสิเบิ้ล ทู ออล สติ๊วเด็นทส์) แปลว่า “แนวทางที่เป็นมิตรของศาสตราจารย์ในการอธิบายทฤษฎีที่ซับซ้อน ทำให้การบรรยายของเขาน่าสนใจและเข้าถึงได้สำหรับนักเรียนทุกคน”

อีกประโยคก็คือ “Despite his demanding position, the CEO maintained an affable personality, often engaging in friendly conversations with staff members.” (ดิสไป๊ท์ ฮิส ดีมา๊นดิ้ง โพสิ๊ชั่น เดอะ ซีอีโอ เมนเท๊นด์ แอน แอ๊ฟอะเบิ้ล เพอร์ซันแน๊ลลิตี้ อ๊อฟเทิน เอ็นเก๊จจิ้ง อิน เฟร๊นดลี่ คอนเวอร์เซ๊ชั่นส์ วิธ สตา๊ฟฟ เม๊มเบอร์ส) แปลว่า “แม้จะมีตำแหน่งที่ต้องรับผิดชอบสูง แต่ซีอีโอก็ยังคงบุคลิกที่เป็นมิตร มักจะพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับพนักงาน”

จากรากศัพท์ “fari” (ฟารี) ที่แปลว่า “พูด” หรือ “กล่าว” นี้ ยังมีคำศัพท์อื่นๆ ที่น่าสนใจและเราคุ้นเคยกันดีอีกหลายคำเลยนะครับ อย่างเช่นคำว่า “fable” (เฟ๊เบิ้ล) ซึ่งเป็นคำนาม (n.) หมายถึง “นิทานสอนใจ” หรือ “เรื่องเล่าปรัมปรา” ที่มักจะใช้สัตว์เป็นตัวละครเพื่อสื่อสารข้อคิด คำนี้ก็มาจากรากศัพท์เดียวกัน เพราะนิทานก็คือการ “พูด” หรือ “เล่า” เรื่องราวออกมานั่นเองครับ ลองนึกภาพนิทานอีสปดูนะครับ ตัวอย่างประโยคก็เช่น “The children enjoyed the moral lessons embedded in the classic fable.” (เดอะ ชิ๊ลเดริน เอ็นจอยด์ เดอะ มอ๊รัล เล๊สเซินส์ เอ็มเบ๊ดเด็ด อิน เดอะ คล๊าสสิก เฟ๊เบิ้ล) แปลว่า “เด็กๆ เพลิดเพลินกับบทเรียนทางศีลธรรมที่แฝงอยู่ในนิทานคลาสสิก”

ส่วนใหญ่แล้ว “fable” มักจะใช้คู่กับคำว่า “moral” หรือ “classic” นะครับ เช่น “moral fable” (มอ๊รัล เฟ๊เบิ้ล) หรือ “classic fable” (คล๊าสสิก เฟ๊เบิ้ล) คำพ้องความหมายของ “fable” ก็คือ “allegory” (แอ๊ลละกอรี) หรือ “parable” (แพ๊ระเบิ้ล) ครับ

Baby sleeping peacefully in a crib. Safe sleep environment for infant.

อีกคำที่น่าสนใจจากรากศัพท์ “fari” (ฟารี) คือ “infant” (อิ๊นแฟ้นท์) ซึ่งเป็นคำนาม (n.) หมายถึง “ทารก” หรือ “เด็กเล็ก” ที่ยังพูดไม่ได้ หรือเพิ่งหัดพูด คำนี้มาจาก “in-” (อิน) ที่แปลว่า “ไม่” หรือ “ปราศจาก” มารวมกับ “fari” (ฟารี) ที่แปลว่า “พูด” จึงหมายถึง “ผู้ที่ยังพูดไม่ได้” ครับ น่ารักดีนะครับที่ภาษาบอกเล่าถึงพัฒนาการของมนุษย์ได้ขนาดนี้ ตัวอย่างประโยคก็เช่น “The infant slept peacefully in her crib.” (ดิ อิ๊นแฟ้นท์ สเล๊ปท์ พี๊ซฟูลลี อิน เฮอร์ คริ๊บ) แปลว่า “ทารกนอนหลับอย่างสงบในเปลของเธอ”

เรามักจะเห็นคำว่า “infant” ใช้กับ “newborn” (นิวบอร์น) หรือ “toddler” (ท๊อดด์เลอร์) ครับ คำพ้องความหมายก็คือ “baby” (เบ๊บี้) หรือ “newborn” (นิวบอร์น) นั่นเอง

และยังมีคำว่า “ineffable” (อินเอ๊ฟอะเบิ้ล) ซึ่งเป็นคำคุณศัพท์ (adj.) ที่มีความหมายตรงกันข้ามกับ “affable” เลยนะครับ คำนี้มาจาก “in-” (อิน) ที่แปลว่า “ไม่” “ex-” (เอ็กซ์) ที่แปลว่า “ออก” และ “fari” (ฟารี) ที่แปลว่า “พูด” พอรวมกันจึงหมายถึง “สิ่งที่ไม่อาจพูดออกมาได้” หรือ “เกินกว่าจะพรรณนาด้วยคำพูด” ครับ เป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่จนบรรยายไม่ถูกเลย

Person standing on beach at sunset, contemplating the ocean. "Affable" mood.

ตัวอย่างประโยคก็คือ “The beauty of the sunset was ineffable, leaving everyone speechless.” (เดอะ บิ๊วตี้ ออฟ เดอะ ซั๊นเซ็ท วอส อินเอ๊ฟอะเบิ้ล ลี๊ฟวิ่ง เอ๊ฟวรีวัน สปี๊ชเลส) แปลว่า “ความงดงามของพระอาทิตย์ตกดินนั้นเกินกว่าจะพรรณนา ทำให้ทุกคนพูดไม่ออก” คำว่า “ineffable” มักจะใช้กับ “joy” (จอย) หรือ “beauty” (บิ๊วตี้) ครับ คำพ้องความหมายก็คือ “indescribable” (อินดิสไคร๊บะเบิ้ล) หรือ “unutterable” (อันอั๊ทเทอะระเบิ้ล) ครับ

จะเห็นว่ารากศัพท์ “fari” (ฟารี) นี้เชื่อมโยงกับ “การพูด” หรือ “การสื่อสาร” ได้อย่างชัดเจนเลยใช่ไหมครับ ไม่ว่าจะเป็น “fable” ที่เป็นการเล่าเรื่อง “infant” ที่ยังพูดไม่ได้ หรือ “ineffable” ที่เกินกว่าจะพูดได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็วนกลับมาที่ “affable” (แอ๊ฟ-อะ-เบิ้ล) ที่หมายถึง “คนที่ง่ายต่อการพูดคุยด้วย” หรือ “เข้าถึงง่าย” นั่นเองครับ การรู้รากศัพท์แบบนี้ช่วยให้เราเข้าใจความหมายของคำได้ลึกซึ้งขึ้นเยอะเลยนะครับ